นาทีชีวิต

posted on 18 Nov 2006 15:02 by littlemouse

วันนี้อยู่ที่บ้านค่ะ เพราะคุณแม่ส่งข่าวด่วนมา
คุณยายไม่สบายเข้าโรงพยาบาลอีกรอบ
ทั้งที่พึ่งออกจากโรงบาลไม่ถึงเดือน
แม่บอกว่ายายหายใจไม่ออก

สงสารคุณยายจัง ท่านแก่มากๆ แล้ว
เราถามท่าน ว่าเป็นไงบ้าง
" ท่านบอกว่าเหนื่อย อยากเดิน อยากเดินให้มันหายๆ ไป"
หายในที่นี้หมายถึงหายเหนื่อย คุณพยาบาลก็ล้อท่านว่า
ยิ่งเดินยิ่งจะเหนื่อยนะคุณยาย

แต่ก่อนท่านแข็งแรงมาก แต่เมื่อเดือนก่อนท่านท้องเสีย
ต้องเข้าโรงพยาบาล โรคต่างๆ ก็ทยอยมา
เข้าโรงบาลวันแรก วันต่อมาเดินไม่ได้
มาพบทีหลังว่าเป็นเส้นเลือดที่ขาตีบ
ต้องผ่าตัด ผ่าตัดเสร็จกับมาพักฟื้นที่บ้าน ก็ดีขึ้น

แต่มาคราวนี้เราไม่ทราบว่าท่านเป็นอะไร
คุณหมอบอกว่าท่านปอดชื้น เลยหายใจไม่สะดวก

เห็นท่านแล้วสงสารท่านมาก ท่านเป็นคนไม่ชอบอยู่เฉย
แต่คราวนี้จะต้องมานอนเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร
ระหว่างที่นั่งเฝ้าท่านก็บ่นไป ว่าเหนื่อย เหนื่อยมากๆ

ตอนนี้ท่านเหมือนเด็กมากๆ คงเหมือนเราสมัยยังเล็กๆ
ที่ต้องทำทุกอย่างให้ ไม่ว่าจะอาบน้ำ ป้อนข้าว
รึว่าจะเป็นการเก็บ ฉี่หรือว่าอุจจาระ
ถ้าเป็นของคนอื่นเราคงทำท่าทางรังเกียจ

คงเป็นเรื่องที่เราต้องตอบแทน
เพราะเมื่อสมัยเราเป็นเด็กๆ ท่านก็ทำอย่างนี้กับเรา
อาบน้ำ ป้อนข้าว เช็ดขี้เช็ดเยี่ยว
ทำโดยไม่มีความรังเกียจว่าเป็นสิ่งสกปรก
มาวันนี้เป็นวันที่เราต้องทำสิ่งนั้นเพื่อท่านบ้าง

และวันนี้ที่ห้อง ICU ที่คุณยายพักอยู่นั้น
เตียงข้างๆ เรา เขามีญาติมาเยี่ยม
แล้วจู่ๆ คนป่วยคนนั้นเขาก็หายใจไม่ออก
หยุดหายใจไปซะอย่างนั้น ญาติๆ ตกออกตกใจทำอะไรไม่ถูก

บรรยากาศขณะนั้นชุลมุนมากๆ
บรรดาหมอและพยาบาลต่างสาลวนกับร่างของคนนั้น
ซักพัก คุณหมอก็ให้เรียกญาติของคนป่วยคนนั้นมา

พูดคุยกันเสียงดัง
ญาติคนป่วยถามคุณหมอด้วยความตกใจ
ว่าญาติของเขานั้นเป็นอย่างไรบ้าง
คุณหมอก็ได้แต่บอกให้ทำใจ เพราะเขาติดเชื้อทางโลหิต
เมื่อสักครู่นี้ก็หยุดหายใจไปเฉยๆ
มีโอกาสน้อยมากที่จะช่วยชีวิตไว้ได้

มีโอกาสเพียง 20 % เท่านั้น
ญาติๆ สีหน้าไม่ดี หน้าเริ่มแดงกันทุกคน
ญาติก็เลยขอที่จะพาเขากลับไปที่บ้าน
เขาคงคิดกันว่าถ้าญาติเขาจะต้องตายไปก็ขอ
ให้ได้อยู่กับคนที่รักเขา และไปอย่างสงบที่บ้านของเขา

ร่างของคนนั้นยังนอนอยู่บนเตียง
เหมือนการรอที่จะไปอย่างสงบ
มีผู้ชายคนหนึ่งไปยืนที่ข้างเตียงเขา
แล้วร้องไห้ ดูเขากำลังทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เขายืนดูร่างคนรักของเขา พร้อมกับกลั้นน้ำตาไว้แทบไม่ได้

บรรยากาศในห้องตอนนั้นมันทำให้รู้สึกถึงความสูญเสียจริงๆ
แต่เรื่องเศร้าแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาบนโลกของเรา
ทุกอย่างบนโลกย่อม "คงอยู่และดับสูญไป"

เราก็ได้แต่มองคุณยายที่นอนอยู่บ่นเตียง
แอบน้ำตาซึม หวังว่าท่านจะอยู่กับเราไปนานๆ

ตอนนี้ท่านกำลังนอนหลับกรนเบาๆ
ส่วนเราก็นั่งเฝ้าท่านอย่างห่วงใย
คงเหมือนภาพในสมัยก่อน
ที่เรานอนอยู่บนเปลแล้วท่านนั่งเฝ้าเรานอน
เมื่อครั้งที่เราเป็นเด็ก


Comment

Comment:

Tweet

LX8KTf <a href="http://rwtskxyothri.com/">rwtskxyothri</a>, [url=http://nztfcvvixrva.com/]nztfcvvixrva[/url], [link=http://iwzchmellreh.com/]iwzchmellreh[/link], http://vpavwusdhskv.com/

#9 By ugvemdahol (198.185.241.254) on 2010-10-08 04:10

La9sbX <a href="http://lemzmhbytxja.com/">lemzmhbytxja</a>, [url=http://lrmyyftskpjr.com/]lrmyyftskpjr[/url], [link=http://dgedduhqccmr.com/]dgedduhqccmr[/link], http://iyxyittyabxg.com/

#8 By ivvdkdfvid (210.222.64.83) on 2010-09-29 15:57

KglZBc <a href="http://cboevfwdhqfr.com/">cboevfwdhqfr</a>, [url=http://ymyyfifkphkb.com/]ymyyfifkphkb[/url], [link=http://frcbbbmfupik.com/]frcbbbmfupik[/link], http://ttndzgfafiyu.com/

#7 By mmkvwag (193.169.87.153) on 2010-09-16 03:12

เหอะๆๆๆ ชีวิตก็งี้แหละว๊า......
ตอนอยู่ด้วยกันสุขบ้าง ทะเลาะบ้างมันดี
พอแกเสียไป เหอะๆๆ ร้องไห้เกือบตาย

#6 By ★꺼★ on 2006-11-19 11:41

ดีแร๊ว

กลับบ้านไปดูแลท่าน

ช้านก็ว่าจะไปอยู่

เป็นกำลังใจให้คุณยายหายป่วยไวๆนะคะ

อ่านแล้วคิดถึงย่าเลยอ่ะ

แต่ดีที่ย่าเราแข็งแรงอยู่

ชื่นชมในความคิดมากๆ

#4 By ~~ :: Sarangyuchun ^^* :: ~~ on 2006-11-18 19:57

อ่านแล้วนึกถึงเวลาอย่างนี้ของคุณปู่กะคุณย่าจัง
มันเศร้ามากเลยนะ ที่เราต้องมารับรู้ว่าคนที่เรารัก กำลังจะจากไปในอีกไม่ช้าอ่ะ

ยังไงก็ขอให้ยายมิกกี้หายไวๆนะ

#3 By *EPIN HIGH* on 2006-11-18 17:36

อ่านแล้วรู้สึกเศร้าๆจังเลย เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา ตอนนี้ยังมีเวลาอยู่กับท่านก็ใช้เวลานั้นให้คุ้มค่าซะนะ
ยังไงก็ขอให้คุณยายหายป่วยไวๆเน้อ

#2 By หนูพุก on 2006-11-18 16:35

มาคราวนี้ออกแนวเข้าใจในชีวิตนะเนี่ย

#1 By MicKeY_MoUse on 2006-11-18 15:43